ปลูกผม

ปลูกผม


ข้อดีของการHair Transplant ด้วยเทคนิค FUE

ทำความรู้จักการHair Transplantด้วยเทคนิค FUE มีข้อดีอย่างไร
พร้อมตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม

เทคนิคการHair Transplantแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นเทคนิคใหม่ในการแก้ปัญหาผมร่วงแบบไร้รอยแผลเป็น ซึ่งเป็นวิธีที่แตกต่างจากการปลูกผมในแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation) แต่จะมีวัตถุประสงค์ที่เหมือนกันคือ การย้ายรากฐานบริเวณด้านหลังศีรษะหรือเหนือกกหู มาปลูกในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ในวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับการปลูกผมแบบ FUE ให้มากขึ้น พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการปลูกผมที่ใครหลายคนสงสัย ไปกันเลย!

การHair Transplantแบบ FUE คืออะไร เทคนิคนี้เหมาะกับใครบ้าง

เทคนิคการHair Transplantแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นการปลูกผมถาวรแบบไร้รอยต่อ ที่มีจุดเด่นคือการไร้รอยแผลเป็น (SFET) โดยเลือกใช้เครื่องมือพิเศษซึ่งเป็นหัวเจาะที่ทำจากโลหะไทเทเนียม ที่มีขนาดเล็กแค่ 0.8 – 1.0 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยเจาะเอาเซลล์รากผมที่แข็งแรง และมีความสมบูรณ์ที่สุดในบริเวณด้านหลังของศีรษะของเรา โดยเลือกเจาะทีละกอผม แล้วนำเซลล์รากผมที่ได้มาปลูกใหม่ในตำแหน่งและทิศทางที่ต้องการ โดยเมื่อระยะเวลาผ่านไป เซลล์รากผมจะยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ และมองไม่เห็นรอยแผลเป็น ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีผลทำให้เซลล์รากผมที่ปลูกขึ้นใหม่มีความแข็งแรง เส้นผมที่งอกใหม่ก็จะอยู่อย่างถาวร ไม่หลุดร่วงจนเกิดปัญหาผมบาง ผมร่วงอีก โดยวิธีนี้ ต้องมีการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความประเมินความแข็งแรงของกราฟผม และปริมาณเพียงพอที่ใช้ในการปลูกผม หรือไม่ ซึ่งผลการรักษาจะขึ้นกับแต่ละบุคคล

เทคนิคการHair Transplant FUE เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเส้นผม และบุคลิกลักษณะดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน
  • ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงหน้า เสริมความงามใบหน้า
  • ผู้ที่ชอบตัดผมรองทรงสั้น ต้องการให้ผมหนาเพื่อให้ดูดี
  • ผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่ต้องการเสียเวลาในการพักฟื้นนาน
  • ผู้ที่มีปัญหาผมบางกลางศีรษะ
  • ผู้ที่ต้องการปกปิดรอยแผลเป็นบนศีรษะ

ข้อดี-ข้อเสีย และผลข้างเคียงของการHair Transplantแบบ FUE

ข้อดีของการHair Transplant FUE

  • แผลหายได้เอง และหายได้เร็ว
  • ไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลือจากการผ่าตัด และมีรอยแผลที่เล็กมาก ๆ ในขนาดเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • หลังHair Transplant หนังศีรษะจะไม่ตึง ไม่เจ็บ และเส้นผมที่ปลูกใหม่จะเกิดขึ้นได้เร็ว
  • ใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน สามารถพักผ่อนใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • เส้นผมที่งอกใหม่จะมีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย ๆ ลดปัญหาผมบางในอนาคต
  • เส้นผมที่งอกใหม่เป็นเส้นผมจริง ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อเสียของการHair Transplant FUE

  • ใช้ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งค่อนข้างนาน เนื่องจากเป็นเทคนิคHair Transplantที่ต้องทำการเจาะรากผมออกมาทีละเส้น
  • ได้จำนวนเซลล์รากผมในการเจาะแต่ละครั้งน้อยกว่าการHair Transplantแบบ FUT
  • บริเวณที่เจาะรากผมไปใช้ จะไม่มีผมใหม่ขึ้นมาแทนที่ เนื่องจากเป็นการย้ายเซลล์รากผม หากจำเป็นต้องใช้เซลล์ผม
  • ค่อนข้างมาก อาจทำให้ผมด้านหลังดูบางลงได้

ผลข้างเคียงของการHair Transplant FUE

  • อาจมีอาการบวม แต่จะหายได้เองภายใน 7 วัน สามารถใช้การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมได้
  • อาจมีอาการคันจากสะเก็ตแผลที่Hair Transplant ซึ่งไม่ควรเกาหรือถู เพราะอาจเกิดอาการอักเสบได้
  • อาจมีอาการผมร่วงหลังจากการHair Transplant ประมาณ 3-4 สัปดาห์ แต่เส้นผมที่หลุดร่วงไป ไม่ได้มีเซลล์รากผมหลุดตาม
  • ไปด้วย หลังจากนั้นจะงอกใหม่ขึ้นมาอย่างถาวร

รวมคำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการHair Transplantแบบ FUE

Q1 : ก่อนเข้ารับการHair Transplant FUE ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
A1 : ก่อนเข้ารับการHair Transplant แพทย์จะทำการประเมินบริเวณที่ต้องการปลูกผมก่อน ว่าควรใช้ผมประมาณกี่กราฟ (จำนวนรากผม) และผู้เข้ารับบริการควรมีการแจ้งแพทย์ก่อนหากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องทานเป็นประจำ เพราะอาจมีความจำเป็นต้องลดการใช้ยา Minoxidil (ประเภทลดความดันโลหิต) และอาจต้องงดอาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา โสม เป็นต้น อย่างน้อย 7 วัน นอกจากนี้ ผู้เข้ารับบริการควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมไปถึงบุหรี่ งดดื่มชาและกาแฟก่อนการผ่าตัด และในวันผ่าตัด ควรเลือกใส่เสื้อแบบผ่าหน้า หลวม ๆ เพื่อความสะดวกในการถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนและหลังผ่าตัด

Q2 : Hair Transplant FUE ดีไหม คุ้มค่าไหมที่จะทำ
A2 : แม้การปลูกผม FUE จะมีราคาสูงกว่าการHair Transplantแบบปกติ แต่สามารถเห็นผลลัพธ์ชัดเจนจากผมใหม่ที่งอกขึ้นมา เป็นผมที่มีความแข็งแรงกว่าเดิม ไม่หลุดร่วงง่าย ดูเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีข้อดีคือ ไม่มีรอยแผลเป็นบนหัว ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการลงทุนระยะยาวแน่นอน

Q3 : Hair Transplant FUE เจ็บไหม
A3 : ผู้ที่รับบริการปลูกผม FUE จะไม่รู้สึกเจ็บในขณะที่ทำการHair Transplant เนื่องจากแพทย์จะทำการฉีดยาชาหรือให้ยานอนหลับอย่างอ่อนก่อนเริ่มทำการผ่าตัด หากรู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในช่วงที่มีการฉีดยาเท่านั้น

Q4 : วิธีดูแลตัวเองหลังจากHair Transplant FUE
A4 : – หลังจากการHair Transplant ควรพันผ้าทิ้งไว้ 3 วัน ไม่ควรจับ แกะ เกา ซับเลือด หรือทำสิ่งใดก็ตามกับแผลผ่าตัด เนื่องจากรากผมยังไม่เชื่อมกับผิวหนังใหม่ หากมีการสัมผัสอาจทำให้รากผมหลุดได้ สำหรับการทำความสะอาด
– หลังจากถอดผ้าพันแผลสามารถล้างด้วยน้ำเกลือใน 7 วัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นล้างด้วยฟองของแชมพูเด็กอ่อน ใช้อุณหภูมิน้ำปกติ ใช้วิธีให้น้ำไหลผ่านและพยายามอย่าใช้น้ำแรงเกินไป
– การนอน แนะนำให้นอนหงายหรือตะแคง เพื่อไม่ให้กราฟผมหลุดออก
– ระมัดระวังการไอ-จาม ไม่ควรกลั่นไอ-จาม หรือ ปิดปากหรือจมูกเวลาจาม รวมถึงงดการออกกำลังกาย หรือ ทำให้เหงื่อออกในช่วง 3 สัปดาห์หลังผ่าตัด เนื่องจากเหงื่อหรือความดันเลือดสามารถดันกราฟผมออกมาได้
– งดอาหารทะเล ของแสลงต่างๆ อาหารเสริมที่ทำให้เพิ่มความดันกับร่างกาย รวมถึงเหล้า และสูบบุหรี่ ประมาณ 2 สัปดาห์

Q5 : Hair Transplant FUE อยู่ถาวรไหม
A5 : การHair Transplantด้วยวิธีนี้ จะเป็นการปลูกผมแบบถาวร เนื่องจากใช้เซลล์รากผมของผู้ที่รับบริการมาทำการปลูกผม ทำให้เส้นผมใหม่ที่งอกออกมามีความแข็งแรง อยู่ได้กับเราตลอดชีวิต

Q6 : Hair Transplant FUE ใช้เวลานานไหม
A6 : เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 6-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่Hair Transplantว่ามีมากหรือน้อย และจำนวนกอผมที่ต้องการเลือกใช้ด้วย

Q7 : สนใจHair Transplant FUE ควรปรึกษาที่ไหนดี
A7 : หากตัดสินใจแล้วว่า จะเข้ารับบริการHair Transplant FUE ขอแนะนำให้ปรึกษากับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านความงาม หนังศีรษะและเส้นผม เช่น SIAM LOFT Clinic คลินิกความงามระดับพรีเมี่ยม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการHair Transplantด้วยเทคนิค FUE ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หากคุณกำลังมองหาคลินิกให้บริการด้านความงาม เพื่อเข้ารับบริการHair Transplant ขอแนะนำให้ติดต่อไปที่ SIAM LOFT Clinic คลินิกด้านความงามระดับพรีเมี่ยม มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยเฉพาะ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20,000 เคส

SIAM LOFT Clinic คลินิกระดับพรีเมี่ยม ที่ตอบโจทย์ความงามอย่างครบวงจร โดยมีปณิธานที่ว่า เพราะความสวย…เนรมิตได้ โดยเฉพาะบริการ Liposuction (Liposuction) Belly Liposuction S Curve Face Liposuction Jawline Liposuction double chin Liposuction Arm Liposuction Leg Liposuction ที่มีโปรโมชั่นแบบจัดเต็มตลอด เชื่อมั่นได้เลยว่า SIAM LOFT Clinic มีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาปัญหาทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ ใบหน้า เช่น ดูดไขมัน J-Plasma Ulthera Hair Transplant เป็นต้น โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี กระบวนการใหม่ ๆ ด้วยความปลอดภัยที่ได้ระดับมาตรฐานสากล พร้อมดูแลอาการของลูกค้าทุกเคสเป็นอย่างดี การันตีคุณภาพของคลีนิก จากการให้บริการอย่างดีเยี่ยม ความจริงใจต่อลูกค้า ที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม SIAM LOFT Clinic

โทรศัพท์ : 061-669-9252
LINE : @Siamloft.clinic
Facebook : facebook.com/SiamLoftClinic
Email : siamloft.c@gmail.com